Tags: ท่องเที่ยว comming soon...

ลูกเปลี่ยนชีวิต [ตอนที่ 5] เมื่อสิ่งที่ลูกต้องการคือ เวลา ไม่ใช่ เงิน


ปกติผมเป็นคนที่ติดบ้านมากครับ
เนื่องจากอาชีพของผมเป็นอาชีพที่มีเวลาที่ค่อนข้างยืดหยุ่น เพราะวัดประสิทธิภาพจากผลของงาน การก้าวหน้าของงานแข่งกับแค่ตัวเอง และมีวันหยุดทั้งเสาร์และอาทิตย์ เลยมีเวลาให้ลูกอย่างน้อย ก็ เสาร์-อาทิตย์ + หลัง 4 โมงครึ่งของทุกวัน ไปจนลูกหลับ  และมีกลางวันในวันปกติบ้างเป็นครั้งคราวเพราะลูกกับภรรยาสามารถมาเที่ยวหาผมที่ทำงานได้ครับ (ภรรยาผมเลี้ยงลูกเต็มเวลาครับ) ผมก็คิดว่ามันก็น่าจะดีมากๆ สำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่พ่อแม่ได้มีเวลาให้อย่างเต็มที่

แต่มาช่วงก่อนหน้านี้ซักเล็กน้อย ผมมีงานที่ต้องสะสางเยอะจนติดมือ จนงานเริ่มกินเวลาในส่วนของครอบครัวและยังไม่พอยังต้องหอบงานกลับมาทำที่บ้านอีกด้วย กลายเป็นว่า ประมาณ 2-3 อาทิตย์ นั้น ผมแทบจะไม่ได้ให้เวลากับลูกเลย  ตลอดช่วงที่ผ่านมาจะเจอกับลูกแค่ตอนเช้า เพราะกลับมาลูกก็หลับไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ผมได้แต่คอยถามภรรยาว่า ลูกเป็นยังไงบ้าง..... วันนี้มีพัฒนาการอะไรใหม่ๆไหม .... มีเรื่องน่าตื่นเต้นหรือเปล่า .... มีกิจกรรมอะไรกันบ้าง .....

จนหลังๆ มานี้ ผมสังเกตได้ว่า วันไหนที่ผมกล่อมลูกเข้านอน
ลูกมักจะบอกว่า "อยากนอนกับหม่าม้า..... ปะป๊า ไปทำงานเถอะ"
พอจะอุ้ม เธอก็จะให้หม่าม้าอุ้มตลอด จนหลังๆ รู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก เริ่มแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด  และยิ่ง ได้ยินลูกพูดว่า "ไม่รักปะป๊า" เจ็บจี๊ดเลยคราวนี้

และที่สำคัญ เธอเริ่มพูดมันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ

ไอ้เราก็ ได้แต่บอกลูกว่า "แต่ปะป๊ารักหนูนะ รักมากด้วย หนูจะไม่รักปะป๊าเหรอจ๊ะ ...."
แล้วเธอก็ตอบกลับมาว่า.......... "ไม่รักค่ะ"..........
ฮ่าๆๆๆ .... เรื่องน่าขำแต่ก็ขำไม่ออก

ส่วนหนึ่งผมคิดว่าด้วยที่เป็นช่วงวัย Terrible twos ที่ลูกนั้นเริ่มต่อต้าน และเริ่มมีความเป็นตัวของตัวเอง
ลูกก็จะทดลอง ต่อรองและสร้างความได้เปรียบของตัวเองในหลายๆเรื่อง และเริ่มหัดที่จะท้าทายต่อคนรอบข้าง แต่สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญไม่แพ้กันคือ การที่ผมดึงเวลาที่ควรจะอยู่กับลูกออกไป
เพราะถ้าเป็นเพราะ วัย Terrible twos นั้น แล้วกับแม่เค้าทำไมไม่เป็นหว่า...... ???
ก็อาจจะมีบ้างแต่ไม่เยอะเท่าผมแน่นอน ....

มันก็เลยทำให้ผมมาฉุกคิดว่าเราต้องจัดลำดับความสำคัญของส่ิงต่างๆในชีวิตให้ดี
วันหนึ่งเราอาจจะให้ความสำคัญไปกับความก้าวหน้าในอาชีพ วันหนึ่งเราอาจจะให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมงาน ฯลฯ  แต่ไม่ว่าคุณจะให้ความสำคัญกับอะไร ลูกและภรรยาของคุณไม่ควรจะอยู่ในลำดับที่ต่ำกว่าลำดับที่ 1 และมันยิ่งไม่ถูกถ้าเค้าถูกจัดให้อยู่ในลำดับสุดท้าย มันไม่ควรที่ลูกและภรรยาของคุณต้องนั่งรอคุณเพื่อจะได้กินข้าวด้วยกัน ขณะที่คุณไปกินเลี้ยงกับที่ทำงาน มันไม่ควรที่ลูกและภรรยาของคุณต้องเดิน เล่น ยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้ ด้วยกันแค่สองคนโดยไม่มีคุณ ซึ่งสิ่งต่างๆที่ผมพูดมา มันเกิดขึ้นหมดแม้เพียงระยะสั้นๆ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมานั้น
เมื่อผมได้นั่งทบทวนตัวเอง ผมถึงรู้ว่าผมพลาดอะไรไปตั้งมากมาย ในระยะเวลา 2-3 อาทิตย์นี้ ที่ผมจะไม่มีวันได้มันกลับคืนมาอีกเลย

ผมถึงต้องมาเขียนสิ่งเหล่านี้ เพื่อเอาไว้คอยย้ำเตือนตัวผมเองและเผื่อมันจะเป็นประโยชน์ต่อพ่อบ้านคนอื่นๆ   สิ่งที่ผมเขียนนี้ ผมไม่ได้อยากให้คุณพ่อบ้านทุกคนต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างแล้วมาอยู่กับลูก แต่สิ่งที่ผมอยากบอกคือ เราต้องให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับหนึ่ง
ส่วน สิ่งอื่นๆ เช่น งาน รายได้ ฯลฯ ......
"บริหาร" 

เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นดำเนินไปได้ ในขณะที่ครอบครัวอยู่จุดที่สำคัญที่สุด

ผมคิดว่าพ่อบ้านทุกคนที่อ่านเรื่องราวของผมอยู่นี้ ก็คงให้เวลากับลูกได้ไม่แพ้กันกับผม แต่สิ่งที่ผมอยากบอกทุกๆ คนรวมทั้งตัวผมเอง คือ อย่างหลงไปกับเพื่อน กับงานหรือกับอะไรก็ตาม จนลืมไปว่า ลูก คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าคุณจะทำอะไรไว้มากมายแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่เค้าต้องการเป็นเพียงสิ่งเล็กๆที่เรียกว่าเวลา

เวลาที่เค้า ยิ้ม
เวลาที่เค้า หัวเราะ
เวลาที่เค้า ร้องไห้
เวลาที่เค้า ต้องการกำลังใจ
ฯลฯ
ทุกเวลาของของเค้า เค้าล้วนต้องการคุณ
จงอยู่ข้างๆ เค้า ขณะที่เวลายังเป็นของเรา

ปล1.
ท้ายนี้เป็นกำลังใจให้พ่อๆ ทุกคนที่ทำทุกอย่างอย่างหนัก เพื่อลูกๆ และภรรยาของเราครับ
อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะครับ


ปล2. บทความนี้เป็นอีกบทความหนึ่งที่ผมเขียนไว้นานแล้วแต่ไม่ได้เอามาเผยแพร่ครับ ตอนนี้ นานา 3 ขวบครึ่งไปแล้วครับ ตอนที่เขียนบทความนี้ยังสองขวบกว่าอยู่เลย ^_^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

© 2016 - 2022 คิดส์มีโฮม