เมื่อลูกแหวะนมผิดปกติ


สวัสดีคุณแม่ทุกท่านนะคะ
สำหรับวันนี้เรามีเรื่องเกี่ยวกับลูกที่ทำเราตื่นเต้นตกใจมาเล่าให้ฟังกันค่ะ  หากคุณแม่ท่านไหนเคยเจอเหมือนเราลองมาแชร์กันได้นะคะ

เรื่องมีอยู่ว่า ลูกเรา (ตอนอายุประมาณ 6 เดือน) กินนมแล้ว
แหวะนมตลอดแบบผิดปกติ ค่ะ


อาการก็คือ กินอะไรก็แหวะออกจนหมดเลย เป็นอยู่ประมาณ 3-4 ครั้ง แบบไม่ห่างกันมาก  คือเมื่อเราให้ลูกดูดนม ซักประมาณ 5-10 นาทีจากนั้นลูกก็จะแหวะออกมาหมดเลย ตอนแรกเราก็คิดว่าแหวะนมธรรมดา แต่พอเราเว้นระยะห่างซักพัก แล้ว ให้ดูด ก็แหวะออกมาอีก คราวนี้คิดว่าไม่ปกติแล้ว ระหว่างนั้นสามีก็เตรียมตัวจัดแจงข้าวของใส่รถไว้ ก่อนเลยถ้าจะไปโรงพยาบาลจะได้ออกไปได้เลย

เราใจเสียมาก พยายามหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตก็ไม่เจอข้อมูลที่ระบุชัดเจนลงไปว่าเป็นอะไร เพราะเราหาเจอแต่อาการแหวะนมทั่วไป แต่หาอาการที่แหวะนมแบบนี้ไม่เจอเลย เท่าที่ค้นเจอก็จะเป็นอาการแหวะนมปกติ หรือไม่ก็เป็นเรื่องของท้องเสีย ก็คิดไปต่างๆนาๆ ... ลูกเผลอหยิบอะไรเข้าปากหรือเปล่า... ฯลฯ .... แต่ก็ยังดีที่ลูกไม่มีอาการท้องเสียหรืออิดโรยเราก็ยังเบาใจไปได้หน่อย แต่ยอมรับว่ากังวลไปหมดเลยค่ะ

ระหว่างที่เราดูอาการลูกอยู่ ก็คิดไปว่าเป็นเพราะอะไรนะ.... จะเป็นเพราะอาหารหรือเปล่า เพราะน้องเริ่มทานอาหารบดบ้างนิดหน่อยแล้ว แต่เราก็ให้ทานอาหารที่ทำให้เหมือนวันก่อนๆ เลยคิดว่าไม่น่าจะมีผล แล้วคุณสามีก็ถามขึ้นมาว่า "วันนี้เธอทานอะไรบ้าง?" ... เท่านั้นแหละค่ะ รู้เลย
วันนี้เราเผลอทานอาหารที่น่าจะจัดอยู่ในอาหารประเภทอาหารแสลงนั่นเองค่ะ คือเราเผลอทานกับข้าวที่ใช้เนื้อทำค่ะ (สามีเค้าทาน แต่เราแค่พอทานได้) ตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นเนื้อก็ทานไป พอสองสามคำรู้สึกว่าไม่ใช่แล้วก็เลยไม่ทานต่อ แต่ก็ไม่คิดว่าจะส่งผลถึงลูกเพราะ ทานไปคำสองคำ แต่เอาเข้าจริงกลับมีผลมากๆเลยค่ะ พอลูกทานนมก็คงรู้สึกไม่สบายท้อง ไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่า จะส่งผลได้ขนาดนี้ เพราะทานไปไม่กี่คำเพราะเราเองก็ไม่ค่อยชอบ แต่ลูกคงแพ้มาก

พอเราคิดว่าน่าจะมาจากสาเหตุนี้ เราจึงหยุดให้นมเลยค่ะ ... แล้วก็หายจริงๆด้วย ลูกไม่อวกอีกเลย (ระหว่างนั้นก็มีให้น้ำต้มสุกลูกบ้างนิดหน่อย ) เราเลย พักให้นมลูกไปประมาณ 1 วันค่ะ หลังจากนั้นก็ทานน้ำและปัสวะบ่อยๆ ทานอาหาที่ไม่มีของที่จะทำให้ลูกแพ้ แล้วก็กลับมาให้นมได้ปกติค่ะ

จากประสบการณ์ที่เราเจอ เราเลยอยากเอามาเล่าให้คุณแม่ท่านอื่นๆฟังกันนะคะ เผื่อว่าหากเจอกรณีแบบเราจะได้ดูแลลูกน้อยได้ตรงจุด และไม่เข้าใจผิดพลาดเรื่องต่างๆเหมือนเรา เช่นว่า กลัวลูกจะเสียน้ำในร่างกายมากเกินไปเลยยังคงให้ลูกดูดนมอยู่ .... ซึ่งยิ่งทำให้ลูกอาการหนักเข้าไปอีก

ปล.
บทความนี้เขียนตอนเจ้าตัวน้อยของเราอายุ 6 เดือนนะคะ แต่เขียนไม่เสร็จซักที เพราะเจ้าตัวน้อยซนมากๆ  เล่นเอาคุณแม่เหนื่อยเลย   >.<  ตอนนี้น้องได้ 7 เดือนแล้วค่ะ สมบูรณ์แข็งแรงดี
วันนี้มีโอกาศมาเขียนต่อจนเสร็จก็เลยอยากฝากบทความนี้ให้คุณแม่ทุกๆท่านนะคะ

ขออวยพรให้เจ้าตัวน้อยของคุณแม่ทุกท่าน มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนะคะ ...