เตรียมรับมือเมื่อเจ้าตัวน้อยไม่ยอมหลับหรือหลับๆตื่น


วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่อาจเป็นปัญหาให้กับคุณแม่มือใหม่ ซึ่งอาจทำให้คุณแม่หลายๆคนเกิดภาวะเหนื่อยล้าในการเลี้ยงลูกในวัย 0 - 6 เดือนกันค่ะ นั่นก็คือ 

"เมื่อลูกน้อยตัวแสบไม่ยอมหลับซักที หรือหลับๆตื่นๆ"

ก่อนอื่นเราขอเล่าประสบการณ์ของเราให้คุณแม่ทุกท่านฟังก่อนนะคะ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อคุณแม่ท่าน อื่นๆ 
สำหรับเราแล้ว ช่วง 0 - 2 เดือนแรก เราให้น้องนอนเตียงไม้ค่ะ ก็โยกได้นิดหน่อย  ช่วงนี้น้องจะตื่นบ่อยเพราะอึและฉี่บ่อย แต่จะนอนหลับง่ายค่ะ ให้นมหรือกล่อมนอนแป๊บเดียวก็หลับแล้ว แต่พอ 2-3 เดือนขึ้นไปเท่านั้นแหละค่ะ เจ้าเตียงที่เคยโยกก็เอาไม่อยู่ และถ้าให้นมจนหลับแล้วเอาน้องมาวางที่เตียงเค้านี่จะต้องลุ้นกันทีเดียวเชียวค่ะว่าจะน้องจะสะดุ้งตื่นหรือเปล่า เพราะยิ่งเค้าโตขึ้นถ้าเค้าตื่นแล้วจะหลับยากกว่าตอนแรกคลอดมากค่ะ 

เวลาเลี้ยงเราก็ศึกษาวิธีการเลี้ยงหลายด้านทั้งในและต่างประเทศ และพบว่าสิ่งที่จะช่วยได้ค่อนข้างดีก็คือ การฝึกให้ลูกหลับและตื่นเป็นเวลาค่ะ ซึ่งจะช่วยให้คุณแม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ด้วย เพราะลูกมีรอบการนอนที่ชัดเจน อย่างในต่างประเทศ หลายท่านจะแยกเตียงและแยกห้องนอนแต่เด็กเลยค่ะ  ซึ่งจะแยกห้องตั้งแต่กี่เดือนนั้นก็แตกต่างกันไปแต่ละคน แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้แยกตอน 0 - 2 เดือนนะคะ เวลาแยกก็ติดเครื่องช่วยฟังต่างๆ เผื่อน้องตื่น หรือ จะเข้าไปเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือให้นมเป็นเวลาที่แน่นอนเท่านั้นค่ะ ซึ่งจะเป็นการฝึกให้เวลาของน้องเป็นระบบตั้งแต่ยังเล็ก

"พบว่าสิ่งที่จะช่วยได้ค่อนข้างดีก็คือ
การฝึกให้ลูกหลับและตื่นเป็นเวลา"

แต่สำหรับคุณแม่ไทยๆอย่างเราๆแล้ว การแยกห้องกับลูกตั้งแต่เล็กนี่เป็นเรื่องยากมากค่ะ เพราะเราอยากอยู่กับลูกตลอดเวลา ตื่นก็อยากเห็นหน้า คอยห่วงว่าจะกินอิ่มไหม... และอะไรอีกสารพัด อาจเพราะไทยเราให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวค่อนข้างมากก็เป็นได้ และทำให้เราๆติดกันมาจนถึงทุกวันนี้ และอย่าว่าแต่แยกห้องเลยค่ะ เจ้าเตียงนอนของลูก ตอนนี้ก็กลายเป็นของประดับบ้านไปแล้ว ฮา.... เพราะสุดท้ายก็ยกเบาะลูกมานอนรวมกันหมด (คุณแม่ท่านไหนทำแบบนี้ต้องคอยระวังเรื่องความปลอดภัยของน้องด้วยนะคะ ทางที่ดีให้น้องโตเกิน 2-3 เดือนก็ยังดี) พอเราย้ายเค้ามานอนเตียงเดียวกันก็ให้นมจนลูกหลับไปเลย และเราก็พบว่า นมแม่นี่แหละค่ะ เป็นยาวิเศษที่สุดที่จะทำให้เค้าเคลิ้มหลับได้ ส่วนคุณแม่ท่านไหนที่เสริมนมผงก็อย่าลืมให้ลูกดูดเต้าด้วยนะคะ เพราะลูกจะได้ไม่ทิ้งเต้าค่ะ อย่างน้อยก็เป็นการเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกได้ดี แต่ถ้าเค้าอยากเล่นก็ต้องให้เล่นก่อนนะคะ ไม่งั้นไม่ยอมดูดดีๆค่ะ เพราะจะห่วงเล่น อาจทำให้คุณแม่เจ็บหัวนมเวลาลูกดึงได้ค่ะ

ส่วนเรื่องเวลาหลับ ตื่น หรือให้นมของลูก เราก็จะฝึกให้เค้าเป็นเวลาค่ะ โดยช่วงเดือนแรกก็เว้นระยะห่าง 2 ชม. ต่อครั้ง พอเมื่อน้องอายุประมาณ 3  - 4 เดือนก็ขยับออกมาเรื่อยๆ เป็น 3 - 4 ชม.  โดยเราฝึกให้น้องหลับช่วงประมาณ  1 ทุ่ม ให้ไปตื่นอีกทีตอนประมาณ 3 - 4 ทุ่ม (บางครั้งหลับช้าหน่อยก็จะตื่นประมาณ 5 ทุ่ม) พอเค้าตื่นมาก็จะให้นมหรือเล่นระหว่างนั้น โดยน้องจะเล่นประมาณ 3 ชม. ก็ง่วงแล้วค่ะ ก็จะได้เวลาให้นมอีกรอบ ก็จะไม่เกินตีหนึ่ง ช่วงให้นมนี้แหละค่ะน้องก็จะหลับไปหลังจากให้นมเลย ตื่นอีกทีก็ใกล้ๆเช้า ...  
สิ่งที่คุณแม่หลายท่านอาจจะอยากรู้ก็คือ
แล้วจะฝึกให้น้องตื่นและหลับเป็นเวลาได้ยังไง
คำตอบก็คือ ... 
ปรับเปลี่ยนเวลาการให้นมนั่นเองค่ะ ซึ่งเวลาเราให้นมน้องเค้าก็จะดูด และแอบหลับระหว่างนั้นไปด้วย หากให้นมจนหลับสนิทไปก็ดีค่ะ แต่หากให้นมเสร็จแล้วน้องตื่นขึ้นมา อย่างน้อยเค้าก็ได้ฝึกช่วงเวลาที่จะได้หลับบ้างแล้วระหว่างที่ดูดนม พอเราปรับเปลี่ยนเวลาการให้นม ลูกก็จะเปลี่ยนเวลาตื่นและเวลาหลับตามเรานั่นเองค่ะ (เราให้นมค่อนข้างนาน ข้างละประมาณ 30 - 45 นาที เรียกได้ว่า ช่วงแรกๆแทบไม่ได้นอนกันเลยค่ะ เพราะให้นมเสร็จ ก็จะใกล้เวลาน้องตื่นอีกแล้ว) ซึ่งคุณแม่อยากให้น้องหลับตอนช่วงเวลาไหนก็ให้นมก่อนเวลานั้นซัก 10 - 20 นาทีได้เลยค่ะ 

สำหรับการฝึกน้องให้เป็นเวลานี้เรายืนยันอีกเสียงนะคะ ว่าถ้าฝึกได้แล้วเป็นผลดีต่อคุณแม่และลูกน้อยอย่างมากค่ะ เพราะจะได้พักผ่อนอย่างเพียงพอด้วยกันทั้งคู่ แต่กว่าที่น้องจะเริ่มเป็นเวลาก็ใช้เวลานิดหนึ่งค่ะ 

ส่วนวิธีที่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อนที่เค้าจะหลับตื่นเป็นเวลาที่เราใช้แล้วได้ผลก็เช่น
  • ถ้าเลี้ยงไปได้สักพักลองสังเกตด้วยนะคะว่าลูกชอบให้เราทำอะไร เช่น ตบก้นเบาๆ ลูบหัว หรือลูบหลังเป็นต้นค่ะ สำหรับลูกเราชอบให้ตบก้น แค่ไม่กี่ทีก็จะหลับไปเลย แต่ลูบหัวนี่เค้าจะยิ้มทุกครั้งแต่ไม่ทำให้หลับสนิทเท่ากับการตบก้นเบาๆ
  • ให้ลูกดูดนมจากเต้า : ส่วนใหญ่แล้วมักจะหลับไปเลยค่ะ ยิ่งตอนลูกเดือนแรกนี่หลับแน่นอน
  • อุ้ม : วิธีนี้ง่ายๆแต่ได้ผลดีค่ะ หากทำทุกอย่างแล้วไม่ยอมหลับก็คงต้องอุ้มกันแล้วล่ะค่ะ แต่สิ่งที่ทำให้เป็นปัญหาคือ เราจะเมื่อยมากหากลูกยังไม่ยอมหลับซักที และอาจติดอุ้มได้
  • สำหรับคุณแม่บางท่าน ไม้เด็ดก็อาจใช้วิธีการไกวเปลแรงๆหรือใช้เปลแบบเปลญวนเพื่อให้น้องหลับไปก็มี แต่ก็มีบางท่านที่แนะนำว่าไม่ควร เพราะน้องจะติดเปล โตมาน้องจะนอนยากและแก้ไขได้ยากมาก ทำให้เวลาไปไหนมาไหนลำบากเพราะไม่มีเปล .... เอ... เอาไงดีเนี่ย.... สุดท้ายเราก็เลือกวิธีไม่ใช้เปลค่ะ ซึ่งวิธีนี้ดีหรือแย่กว่าการใช้เปลหรือเปล่าเราคงสรุปให้ไม่ได้นะคะ เพราะเราเลี้ยงวิธีเดียวเลยเปรียบเทียบกันไม่ได้ 
  • เบาะนอน : เราใช้เบาะนอนที่เป็นยางพารา เราว่าน้องนอนได้ดีขึ้นนะคะ ถ้าเทียบกับเบาะฟองน้ำอัดก้อน (คหสต.) แต่พื้นที่วางเบาะยางพาราอาจต้องเรียบและแข็งหน่อยค่ะ เพื่อที่จะไม่ทำให้เบาะนอนผิดรูปจนทำให้ลูกนอนไม่สบายได้ (หรือจับวางทับบนเบาะฟองน้ำอันเก่าเลยก็ได้ค่ะ)
  • เปิดเพลงคลอเบาๆ : หากคุณแม่ท่านใดที่เปิดให้น้องฟังตั้งแต่ตั้งท้องมาแล้ว ก็มีโอกาสที่จะช่วยให้เค้าหลับง่ายขึ้นค่ะ เพราะเค้าจะรู้สึกคุ้นเคย และช่วยกลบเสียงรบกวนต่างๆที่ทำให้น้องตกใจได้ดี หากใครยังไม่มีเพลงเก็บไว้ ก็เปิดจาก คลิปวีดีโอ ตรงหน้าเว็บไซต์เราตรงด้านขวามือได้นะคะ

ทีนี้เรามาสรุปเป็นข้อๆถึงสิ่งที่ต้องตรวจดูกันนะคะว่าทำไมน้องไม่หลับหรือหลับๆตื่นๆ เพื่อที่คุณแม่จะได้หาทางจัดการกับเจ้าตัวน้อยจอมซนของเราได้ คือ
  • ผ้าอ้อมเปียกชื้น : 
    • สำหรับตอนกลางวันคุณแม่ที่ใช้ผ้าอ้อมจริงๆคงไม่ลำบากนัก แต่ถ้าเป็นกลางคืนแล้วอาจจะใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป (แพมเพิร์ส) เข้ามาช่วยด้วยก็ได้ค่ะ น้องจะหลับได้ดีขึ้น แต่ว่าต้องคอยสังเกตปริมาณและสีของฉี่ด้วยนะคะ ซึ่งจะบอกได้ว่าน้องได้นมพอไหม
  • หิว : 
    • สังเกตที่ลักษณะการร้อง (อันนี้คงต้องแล้วแต่ลูกของแต่ละท่านนะคะ พอเราอยู่กับเค้าซักพักก็จะพอสังเกตได้เอง) และดูจากลักษณะของพุงค่ะ ถ้าพุงแบนหรือไม่พองมาก (จนคล้ายทรงน้ำเต้า) ก็มีโอกาสที่จะหิวได้ (ถึงไม่หิว ก็ยังกินนมได้ค่ะ จะได้ไม่ต้องกลัวเรื่อง overfeeding )
  • อยากเล่น :  
    • อันนี้สังเกตได้ง่ายๆเลยค่ะ ดูจากตาเค้าที่จะเบิกกว้างและดูตื่นตัวตลอดเวลา สำหรับคุณแม่ท่านไหนที่เจ้าตัวแสบชอบแอบงีบตอนดูดนม พอให้นมเสร็จแล้วตื่นขึ้นมาตาใสแจ๋วแล้วล่ะก็ ทำอะไรไม่ค่อยได้แล้วล่ะค่ะ เราก็อาจจะเล่นกับลูกบ้าง แค่พอประมาณ ไม่ต้องให้ตื่นตัวมาก หรือจะอุ้มเดินบ้าง เพื่อให้ถึงรอบการให้นมถัดไปก็ได้ค่ะ  ก็จะดีตรงที่ว่า ได้เสริมพัฒนาการการเรียนรู้ระหว่างนั้นและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกอีกด้วยค่ะ (หรือบางทีเค้าก็อาจจะหลับไปเอง)
  • ท้องอืด:
    • สังเกตจากพุงลูกอาจจะแน่นๆกว่าปกติ (ลองจับเบาๆก็ได้ค่ะ) และอาจจะป่องคล้ายทรงน้ำเต้า
    • สำหรับคุณแม่ที่ให้นมแม่อาจไม่ค่อยเจอปัญหานี้ เพราะว่าปริมาณน้ำนมแม่จะไหลช้า ทำให้ลูกค่อยๆดูดและค่อยๆย่อยไปด้วย และยังไม่ค่อยมีอากาศเข้าไประหว่างดูดอีกด้วยค่ะ แต่สำหรับคุณแม่ท่านไหนที่เสริมนมผง หรือมีความจำเป็นที่จะต้องเลี้ยงด้วยนมผงแล้วล่ะก็สิ่งที่ไม่ควรลืมคือจับลูดเรอทุกครั้งหลังทานนมนะคะ หากเค้ายังไม่เรอ เราอาจจะอุ้มให้เฉียงๆให้หัวอยู่ระดับสูงกว่าเท้าเล็กน้อย หรือใครถนัดอุ้มพาดบ่าก็ได้ค่ะ สักพักเค้าก็จะเรอออกมาเองค่ะ หรือไม่ก็ทำสลับกันไปมาก็ได้ค่ะ (สำหรับใครที่อุ้มพาดบ่า มีข้อระวังนิดหนึ่งนะคะ พยายามอย่าให้กดทับพุงน้องจนเกินไป เพราะจะทำให้เค้าอวกออกมาได้ค่ะ)
    • อาจทามหาหิง (ปกติเราทาให้ลูกวันละครั้ง) ส่วนกรณีที่คุณแม่เลี้ยงนมผงอาจผสมไกด์วอเตอร์ลงไปด้วยเล็กน้อย
    • คุณแม่ที่เลี้ยงนมผง อาจหาขวดนมที่ลดอาการท้องอืดมาลองใช้ร่วมด้วยก็ได้ค่ะ
  • มีสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งรบกวน :
    • ตอนกลางคืน ควรให้แสงไฟในห้องสลัวนิดหนึ่งค่ะ เพื่อให้เค้าแยกออกระหว่างกลางวันและกลางคืน เพราะเจ้าตัวน้อยของเราจะตื่นตัวได้ง่ายมาก แปบเดียว ตาใสแจ๋วอ้อนคุณพ่อพาเดินเที่ยวเลย
    • เสียง : สำหรับใครที่บ้านติดถนน เสียงรถหรือเสียงแตร ก็อาจทำให้เค้าตื่นได้ค่ะ อาจหาวิธีช่วยกันเสียงต่างๆ ช่วยหากเสียงดันเกินไป แต่สัก 3 เดือนเค้าก็จะเริ่มชินกับเสียงต่างๆเหล่านั้นแล้วล่ะค่ะ
  • อาการผวา :
    • อาการนี้จะเป็นบ่อยในเด็กเล็กแต่พอโตขึ้นซัก 3 เดือนการนี้ก็จะเริ่มหายไปบ้างแล้วล่ะค่ะ เราจึงต้องห่อตัวลูกด้วยผ้าในช่วงแรก พอหลังจากที่ไม่ห่อตัวลูกแล้ว อาจใช้ผ้าที่มีน้ำหนักหน่อยวางพาดตรงหน้าอกน้อง ก็จะช่วยได้ค่ะ
  • สิ่งที่เรียกว่า overtired (หรือที่เรียกว่าเหนื่อยหรือเล่นเยอะเกินไป):
    • สิ่งนี้จากประสบการณ์ของเราพบว่าจริงนะคะ คือวันไหนที่น้องตื่นในตอนกลางวันนานๆ หรือเล่นเยอะๆ กลางคืนก็จะทำให้น้องไม่นอนไปด้วยค่ะ .... ช่วงแรกเราคิดว่าการให้เค้าตื่นมากๆ หรือเล่นมากๆจะทำให้เค้าเหนื่อย กลางคืนจะได้หลับง่ายๆ ซึ่งผลออกมาตรงกันข้ามกันเลยค่ะ พอเราพยายามไม่ให้น้องนอนเป็นเวลานานหลายชั่วโมง น้องจะมีท่าทางง่วงนอน แต่หงุดหงิด ทำให้ร้องไห้งอแง เพราะเด็กวัยนี้เค้ายังไม่สามารถหลับด้วยตัวเองได้ จะไม่รู้ว่านี่คืออาการง่วงนอน พอไม่สามารถจัดการตัวเองได้ก็จะยิ่งอารมณ์เสีย งอแง กล่อมให้หลับยากมาก ต้องใช้ทุกเทคนิคที่มีอยู่ สุดท้ายก็จะหลับด้วยความอ่อนเพลีย เล่นเอาพ่อแม่เหนื่อย และเด็กก็อารมณ์ไม่ดีไปด้วย

เป็นยังไงกันบ้างคะ หวังว่าคุณแม่ทุกท่านอาจจะได้เทคนิคในการช่วยจัดการกับเจ้าตัวน้อยจอมแสบของเราได้บ้าง .... หากทดลองนำไปใช้แล้วได้ผลยังไงช่วยบอกต่อกันด้วยนะคะ ขอให้คุณแม่ทุกท่านมีความสุขและสนุกกับการเลี้ยงลูกค่ะ


หมายเหตุ 
วิธีดังกล่าวข้างต้น เป็นความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ของเราเองนะคะ อาจมีผิดบ้างถูกบ้าง หากคุณแม่ท่านใดสนใจอาจลองนำไปใช้ด้วยก็ได้ค่ะ


ขอบคุณภาพจาก http://wallpaperscraft.com/